การใช้ Trend Line วิเคราะห์ทิศทางราคาหุ้น

แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page

เราจะมาดูวิธีการใช้ Trend Line ควบคู่กับกราฟแท่งเทียน เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นที่เหมาะสมครับ จากประสบการณ์ที่เคยใช้ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ให้ผลดีทีเดียว เพราะมันจะช่วยทำให้คุณเข้าซื้อหุ้นได้ถูกจังหวะมากขึ้นและอาจทำให้คุณ Let Profit Run ได้นานขึ้นอีกด้วย

Trend Line เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการช่วยวิเคราะห์เทรนของราคาหุ้นว่าวิ่งอยู่ในกรอบเทรนขาขึ้น ขาลง หรือไซด์เวย์  วิธีใช้ง่ายๆก็คือเปิดโปรแกรมดูกราฟของคุณหาเครื่องมือ Trend Line แล้วคุณก็แค่ลากเส้นจากจุดต่ำสุดของราคา (หรือดัชนี) อย่างน้อยสองจุดขึ้นไป โดยเราอาจจะลากเป็นเส้นทแยงขึ้นไปครับ มาดูรูปประกอบกันดีกว่าครับ

trendline1จากรูป ข้างบน ด้านซ้ายมือเราจะเห็นว่าราคาหุ้นได้ไหลลงมาตลอดซึ่งเป็นช่วงเวลาราวๆปลายปี 56 พอมาถึงช่วงต้นปี 57 ราคาหุ้นได้เริ่มไต่ขึ้นมาสังเกตได้ว่าจุดต่ำสุดของราคามีการยกสูงขึ้นตลอด ในช่วงตั้งแต่เดือน มค. ถึง เมย. ถ้าจุดต่ำสุดที่เกิดใหม่สูงกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้าก็แสดงว่าหุ้น "อาจจะ" มีทิศทางแนวโน้มเป็นขาขึ้น (ผมใช้คำว่าอาจจะเพราะไม่มีอะไรที่ชัวร์ 100% ในตลาดหุ้นครับ) ที่นี้เรามาลองทำการลาก Trend Line ผ่านจุดต่ำสุดแต่ละจุดดู ซึ่งผมลองลาก Trend Line (เส้นสีขาว) โดยมีจุดต่ำสุดของราคาที่สัมผัสกับเส้น Trend Line นี้ราวๆ 3 จุด (เราจะเรียกบริเวณจุดที่สัมผัสนี้ว่าเป็นแนวรับก็ได้) เมื่อลากแล้วเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าราคาที่ผ่านมาได้ทำ pattern เหมือนขั้นบันไดที่กำลังก่อตัวขึ้นไปด้านบนตามเส้นทแยงที่เราลากไว้ ถ้าหลังจากนี้ราคาหุ้นยังยืนเหนือเส้นสีขาวนี้ได้เรื่อยๆและไม่ทะลุต่ำกว่า เส้นสีขาวนี้ลงมาจนต่ำกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้า (ไม่ทำ Lower Low) ก็แสดงว่าหุ้นยังคงเป็นขาขึ้นต่อไป สมมุติบังเอิญผมมาเจอะหุ้นตัวนี้ตอนต้นเดือนเมย. และได้วิเคราะห์แล้วว่าเป็นธุรกิจดีมีกำไรโตและเห็นเทรนในกราฟกำลัง up แบบนี้ผมก็จะลองซื้อดูครับเพราะถ้าดูจากกราฟโอกาสความน่าจะเป็นที่หุ้นจะ ขึ้นต่อมีสูง ทีนี้เรามาดูภาพถัดไปกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นตัวนี้หลังจากเดือน เมย. เป็นต้นไป

trendline2จะเห็นได้ว่าหลังจากเดือนเมย. ราคาของหุ้นตัวนี้ยังคงขึ้นต่อไปอีกครับ ใครมีหุ้นอยู่ก็ควรจะ Let Profit Run ครับ สังเกตว่าจุดต่ำสุดที่ยกขึ้นสูงมากจนเส้น Trend Line ที่เราตีไว้แต่แรกอาจจะเริ่มนำมาใช้กับราคาล่าสุดไม่ได้ ซึ่งต้องมีการตีกันใหม่ที่ช่วงราคาหลังเดือน พค. ครับ

ทีนี้เรามาดูวิธีการตีเส้น Trend Line อีกตัวอย่างกันครับ

trendline3รูปด้านบนแสดงค่าดัชนี SET Index จะสังเกตได้ว่าช่วงปลายปี 56 ดัชนีเป็นขาลงมาตลอด โดยผมลองลาก Trend Line (เส้นสีเหลือง) ที่จุดสูงสุดของราคาระหว่างเดือน ตค. ถึง ธค. จะสังเกตว่าราคาสูงสุดไม่สามารถพุ่งทะลุเส้น Trend Line นี้ได้เลย ซึ่งเราก็จะประเมินได้ว่าดัชนียังอ่อนแออยู่ ไม่เหมาะกับการเข้าซื้อเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์ร่วมกับข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นจะพบว่า มีทั้งข่าวร้ายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยเป็น ปัจจัยกดดันดัชนีอยู่ด้วยครับ รวมถึงก่อนหน้านี้ดัชนีได้ขึ้นมาสูงมากในช่วงต้นปีถ้ามันจะลงมาบ้างก็คงไม่ แปลกครับ อย่างไรก็ตามช่วงปลายเดือน มค. ดัชนีสามารถเบรค Trend Line ทะลุขึ้นไปได้ และไม่ลงมาต่ำกว่าเส้น Trend Line นี้อีก พอมาถึงช่วงต้นเดือน กพ. ดัชนีทำจุดต่ำสุดที่ยกสูงขึ้นกว่าจุดต่ำสุดเดิมได้ (Higher Low) ซึ่งเป็นไปได้ว่าขาลงอาจจะสิ้นสุดแล้ว ทีนี้เรามาดูรูปต่อไปกันครับ

trendline4รูปด้านบนนี้ก็คือรูปเดียวกับรูปที่แล้ว เพียงแต่ว่าลองเผยให้เห็นข้อมูลดัชนี SET Index ถึงเดือน เมย. และลองลาก Trend Line ตาม จะเห็นว่าค่าดัชนี SET Index อยู่สูงกว่าเส้นที่ลากมาตลอดแสดงถึงขาขึ้นอย่างชัดเจน เราจะมาดูรูปถัดไปกันว่าดัชนีจะวิ่งไปอย่างไรต่อ

trendline5รูปข้างบนนี้แสดงข้อมูลดัชนี SET Index ต่อเนื่องจากรูปเดิม โดยเผยให้เห็นข้อมูลถึงราวๆกลางเดือน พค. สังเกตว่าดัชนีตรงช่วงเดือน พค. ได้หลุดทะลุ Trend Line ลงมาเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ถึงกับทำ Lower Low ซะทีเดียว ถ้าเจออย่างงี้เราก็ต้องเฝ้าระวังครับว่าดัชนีจะทำ Lower Low รึเปล่า ถ้าคุณถือหุ้นอยู่คุณอาจจะยังไม่จำเป็นต้องขายนะครับ ทีนี้ผมจะลองลากเส้น Trend Line อีกเส้น (สีเหลือง) โดยตีเส้นเป็นแนวนอนที่ Low ล่าสุด และจะเฝ้าสังเกตดูว่าดัชนีจะทำ Lower low ทะลุเส้นนี้หรือไม่ มาดูรูปเฉลยต่อไปกันครับ

trendline6รูปด้านบนยังคงเป็นรูปที่ต่อเนื่องจาก รูปเดิมแต่จะเผยให้เห็นว่าดัชนี SET Index ในช่วงปลายเดือน พค. ไม่ลงมาต่ำกว่าเส้น Trend Line (เส้นสีเหลือง) ที่เราได้ตีไว้ และหลังจากนั้นดัชนียังพุ่งขึ้นต่ออีกมาก

คงจะพอเห็นตัวอย่างวิธีการใช้ Trend Line กันไปพอสมควรนะครับ การตีเส้น Trend Line จริงๆ แล้วไม่มีกฎตายตัวเป๊ะๆ 100% ผู้ที่จะใช้ Trend Line ควรจะสังเกตจากจุดต่ำสุดหรือสูงสุดของราคาหรือดัชนีในแต่ละช่วงที่เห็นเด่นชัด แล้วลองลากเส้นดู ในกรณีที่ราคามีการกระชากแรงและมีความชันสูงอาจจะใช้ Trend Line แบบแนวทแยงไม่ค่อยสะดวกนัก ถ้าคิดว่าช่วงไหนลากเส้น Trend Line ไม่ค่อยสะดวก เช่นช่วงที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง อยู่ในกรอบแคบ หรือบางทีราคาสูงชันเกินไป เราสามารถรอให้ราคาเริ่มฟอร์มตัวเป็น Pattern ก่อนก็ได้ เช่นรอให้เริ่มเห็นมี Higher Low กับ Higher High ที่ชัดๆ เป็นขั้นบันไดขึ้นไปอย่างน้อยสองจุดขึ้นไปครับในกรณีที่เป็นหุ้นขาขึ้น และอีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือเราไม่ควรเลือกซื้อขายหุ้นโดยดูจากกราฟอย่างเดียวครับ ควรดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้นประกอบด้วย และถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้นคุณอาจจะต้องกำหนดจุด stop loss ไว้ด้วยว่าคุณจะยอมขายขาดทุนเมื่อราคาลงไปกี่ % จากจุดที่คุณซื้อ ซึ่งผมจะเขียนถึงวิธีการตั้ง stop loss ที่เหมาะสมในโอกาสต่อไปครับ

 

Comments
แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page
error: Content is protected !!