สุดยอดหนังสือที่คนเล่นหุ้นควรอ่าน

แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page

ผมจะแนะนำหนังสือเกี่ยวกับหุ้นที่ผมเคยอ่านแล้วคิดว่าเป็นหนังสือที่ดีคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป หลักการต่างๆในหนังสือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในสถานการณ์จริง และเป็นหนังสือที่ผมคิดว่าคนที่เล่นหุ้นทุกคนควรได้อ่านด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า หนังสือเหล่านี้จะช่วยเปิดมุมมองต่างๆในโลกของการลงทุนให้กับคุณ

ช่วงหลายปีมานี้ตลาดหุ้นในเมืองไทยบูมมาก เพื่อนฝูงและคนรู้จักพอรู้ว่าผมเล่นหุ้นอยู่ก็มักจะมาถามผมว่าควรซื้อหุ้นตัวไหนดี บางคนก็ถามว่าอยากเล่นหุ้นเริ่มต้นอย่างไร ผมก็มักจะแนะนำหนังสือดีๆเกี่ยวกับหุ้นให้พวกเค้าไปอ่านแทน บางทีก็ให้ยืมหนังสือของผมไปเลย จุดประสงค์ของผมก็คืออยากให้คนที่เล่นหุ้นได้ศึกษาข้อมูลจากตำราให้ดีก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ และถ้าได้อ่านหนังสือผู้อ่านก็จะมีความรู้ในการวิเคราะห์แยกแยะหุ้นของกิจการที่ดีกับไม่ดีได้ด้วยตนเอง และเวลาเสพข่าวที่เกี่ยวกับหุ้นผู้ที่ศึกษาตำรามาก่อนย่อมได้เปรียบในการแยกแยะข่าวสารนั้นๆ แต่เท่าที่สังเกตุจากคนรอบข้างมาพักใหญ่ๆ มีน้อยคนมากที่จะอ่านหนังสือหุ้นจนจบเล่ม อาจเป็นไปได้ว่าบางคนอยากรวยจากหุ้น แต่ไม่ได้มีใจรักที่จะศึกษาอย่างแท้จริง หรืออาจจะไม่มีเวลา แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะย้ำว่าคุณควรจะอ่านหนังสือดีๆเกี่ยวกับหุ้นให้จบอย่างน้อยซักหนึ่งเล่มก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนในหุ้นครับ และหนังสือต่อไปนี้เป็นหนังสือดีที่ผมอยากจะนำเสนอ และเนื้อหาในหนังสือเหล่านี้ก็ยังคงทันสมัยใช้ได้จริงแม้จะตีพิมพ์มานานแล้วก็ตาม

หนังสือเล่มแรกที่อยากจะแนะนำชื่อ One Up on Wall Street  ของ Peter Lynch เป็นหนังสือหุ้นที่ผมคิดว่าเขียนได้สนุกที่สุด (ที่ผมเคยอ่านนะ) นอกจากเนื้อหาจะเข้าใจได้ไม่ยากแล้วผู้เขียนยังแฝงอารมณ์ขันไว้ด้วย (แนะนำให้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ) ผู้เขียนเป็นผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หลักการคร่าวๆในการหาหุ้นที่ Peter Lynch แนะนำคือให้มองหากิจการที่ดีจากสิ่งรอบตัวที่อยู่ใกล้ เช่น เวลาคุณเดินห้าง คุณเคยสังเกตุไหมว่าผลิตภัณฑ์อะไรกำลังขายดี ภรรยาของคุณชอบไปช๊อปปิ้งที่ไหนหรือซื้ออะไรเข้าบ้านบ้าง ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่คนรอบตัวคุณใช้อยู่นั่นแหล่ะมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่กำลังเติบโตและน่าสนใจที่สุด นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้แบ่งประเภทของหุ้นต่างๆออกเป็น 6 ประเภท และให้ตัวอย่างหุ้นแต่ละประเภทว่ามีลักษณะเป็นอย่างไรบ้างและเราจะคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นแต่ละประเภทได้อย่างไร เวลาไหนควรซื้อหรือขายหุ้น คำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ครับ

เล่มถัดไป Common Stocks and Uncommon Profits ของ Philip Fisher เล่มนี้อาจจะอ่านยากกว่าเล่มแรกนิดหน่อย แต่มีเนื้อหาที่เข้มข้นให้ความรู้และแง่คิดต่างๆในการลงทุนอย่างดีเยี่ยม Philip Fisher กล่าวว่าถ้าเราได้ซื้อหุ้นของกิจการที่เราวิเคราะห์แล้วว่าจะเติบโตเป็นอย่างดีในอนาคต เราอาจจะถือหุ้นตัวนั้นไว้ตลอดไปโดยไม่จำเป็นต้องขายเลยก็ได้ แล้วก็ให้พยายามเน้นหาหุ้นที่จะทำกำไรให้เราหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในอีกหลายๆปีข้างหน้าดีกว่าการซื้อขายหุ้นบ่อยๆเพื่อที่จะเอากำไรในระยะสั้นหลายๆรอบ (ปู่ Warren Buffet เองก็ยังเคยเอ่ยว่าเค้าชอบอ่านบทความต่างๆ ของผู้เขียนท่านนี้)

ถัดไปคือ How to Make Money in Stocks ของ William O’Niel ผู้เขียนท่านนี้ใช้ทั้งหลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานผสมผสานกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค และเป็นผู้คิดค้นวิธีคัดเลือกหุ้น super stock ที่เรียกว่า CANSLIM  โดย O’Niel ยังแนะนำด้วยว่าควรซื้อหุ้นที่อยู่ในขาขึ้น หรือทำ pattern กราฟเป็น Cup with Handle และถ้าเกิดผิดพลาดราคาหุ้นลงมาต่ำกว่าจุดที่ซื้อเกิน 7% ให้ cutloss ทันที ไม่ควรเล่นหุ้นตอนขาลงเด็ดขาด หนังสือเล่มนี้อ่านไม่ยากนัก และมีการให้ตัวอย่างของหุ้นที่ค่อนข้างทันสมัย บริษัทเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน เนื่องจากหนังสือเล่มนี้มีการ update อย่างต่อเนื่องตลอด รวมทั้งมีรูปกราฟของหุ้นที่เป็น super stock ให้เราไว้ฝึกสังเกตุ pattern การขึ้นของมันด้วย 

เล่มปิดท้ายที่จะแนะนำเป็นหนังสือหุ้นของคนไทยเองครับชื่อ ตีแตก ของ ดร.นิเวศน์ ผู้นำหลักการลงทุนแบบ Value Investment (VI) มาเผยแพร่ในเมืองไทยจนโด่งด้ง ข้อดีของหนังสือเล่มนี้คือมีการสอนวิเคราะห์งบการเงินแบบง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลและให้แง่คิดการลงทุนแบบ VI รวมทั้ง ดร.นิเวศน์ ยังได้นำแนวคิดของเซียนหุ้นต่างประเทศชื่อดังมาสรุปในหนังสือเล่มนี้แบบเข้าใจง่ายอีกด้วย ซึ่งถ้าเราไปตามอ่านหนังสือของเซียนเหล่านั้นด้วยตนเองอาจจะใช้เวลานาน อ่านแบบสรุปก็ย่นเวลาไปได้เยอะเหมือนกัน

ยังไงก็ลองไปหามาอ่านกันดูและอ่านให้จบอย่างน้อยซักหนึ่งเล่มนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง และถ้าคุณขยันสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ ซักวันหนึ่งคุณก็จะสามารถวิเคราะห์หุ้นได้ด้วยตนเองอย่างเชี่ยวชาญและสามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่าเวลาไหนควรซื้อหรือเวลาไหนควรขายหุ้น คุณจะรู้ว่าหุ้นที่ซื้อราคาขึ้นหรือลงเพราะอะไร และคุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการปล่อยข่าวปั่นหุ้นต่างๆครับ

Comments
แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page
error: Content is protected !!