CANSLIM สูตรเด็ดหาหุ้น Super Stock

แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page

วิลเลี่ยม โอนิล (William O’Neil) เซียนหุ้นเจ้าของหนังสือ How to Make Money in Stocks ได้ทำการศึกษาค้นคว้าลักษณะเด่นที่หุ้น Super Stock หรือหุ้นสุดยอดมักจะมีเหมือนๆกัน โดยสรุปออกมาเป็นแนวคิดพื้นฐานที่เรียกว่า CANSLIM ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้หลักการบางส่วนจาก CANSLIM เวลาเลือกหุ้นด้วยเหมือนกันซึ่งให้ผลที่น่าพอใจทีเดียวครับ ใครอยากรู้วิธีเลือกหุ้นดี ซื้อแล้วมีกำไรงามเชิญอ่าน

CANSLIM ประกอบไปด้วยหลักในการเลือกหุ้น 7 ประการ ซึ่งจุดประสงค์ของมันคือเอาไว้ใช้หาหุ้นที่มีแววว่าจะเป็นหุ้น Super Stock ในอนาคต หรือหุ้นโตเร็วที่มีโอกาสกำไรโตขึ้นไปได้อีกหลายเท่า

หลัก 7 ประการของ CANSLIM ประกอบด้วย

C = Current Earnings Per Share

ดูกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของไตรมาสปัจจุบัน ควรจะกำไรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ยิ่งเพิ่มมากเป็นระดับ 100% ยิ่งดี และถ้ากำไรเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วด้วยก็ยิ่งเป็นสัญญาณบวกที่ดี

A = Annual Earnings

ดูกำไรสุทธิต่อหุ้นของปีล่าสุด (EPS) ควรจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างน้อย 25% หรือมากกว่า (ควรดูย้อนหลังสามปี) ตรวจสอบบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆด้วยว่าคาดการณ์กำไรสุทธิในปีถัดไปอย่างไร กิจการยังกำไรมากกว่าเดิมอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ให้ดู ROE ประกอบด้วย ซึ่งควรจะอยู่ในระดับ 17% ขึ้นไป

N = New Product or Service

บริษัทมีไอเดียใหม่ๆ หรือออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ช่วยเร่งการเติบโตของกำไรให้บริษัท (คิดถึงตอนที่บริษัทแอปเปิ้ลผลิตไอพอด หรือ ไอโฟน ช่วงแรกๆครับ) หรือมีแผนการดำเนินงานที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้กำไรต่อหน่วยมากขึ้นเนื่องจากค่าใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาหุ้นสามารถทำ New High ได้ เพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นตัวผลักดันราคาหุ้นที่ดี ทั้งนี้ควรซื้อหุ้นที่มีราคาอยู่ในช่วง Up Trend ชัดเจน วิลเลี่ยม โอนีล กล่าวว่า “หุ้นที่ดูเหมือนราคาแพงและมีความเสี่ยงสูง บ่อยครั้งที่ราคาหุ้นมักจะขึ้นไปได้อีก ส่วนหุ้นที่ดูเหมือนถูก ราคาก็มักจะลงไปได้อีกเช่นกัน” ซึ่งผมอยากจะสรุปว่าหุ้นของกิจการที่ดีราคาหุ้นก็จะโตไปตามกำไรที่เพิ่มขึ้น ไม่มีใครอยากขายให้ถูกๆนั่นเองครับ

S = Supply and Demand

หุ้นที่มีผู้บริหารถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก และมีปริมาณหุ้นเหลือให้เทรดในตลาดไม่เยอะ เป็นหุ้นที่น่าสนใจ ถ้ามีตัวเลือกที่น่าสนใจสองบริษัทและทุกอย่างดีเท่ากัน ให้เลือกหุ้นของบริษัทที่เล็กกว่าและมีจำนวนหุ้นน้อยกว่า

L = Leader or Laggard

เลือกหุ้นที่เป็น “ผู้นำ” ในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ อย่าซื้อหุ้นเพียงเพราะเห็นว่าราคาถูก เนื่องจากหุ้นที่มีราคาถูกมันอาจจะมีเหตุผลที่ว่ากิจการกำลังย่ำแย่ก็ได้

I = Institutional Sponsorship

ถ้าเป็นไปได้ให้มองหาหุ้นที่เพิ่งเริ่มมีสถาบันการเงินหรือกองทุนเข้าถือ แต่ให้ระวังไม่ควรเข้าซื้อหุ้นถ้ามีจำนวนสถาบันการเงินหรือกองทุนอยู่มากเกินไป (จากประสบการณ์ผมคิดว่าถ้าเราพบหุ้นของกิจการที่ดีถึงแม้จะไม่มีสถาบันหรือกองทุนติดโผรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่เลย ราคาหุ้นตัวนั้นก็สามารถขึ้นไปสูงได้เหมือนกัน)

M = Market indexes

ควรจะซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น โดยดูพวกดัชนีต่างๆประกอบด้วย ไม่ควรฝืนเล่นตอนตลาดขาลงเนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่เกือบทั้งตลาดมักจะราคาตกตอนช่วงตลาดขาลง

สรุปแล้วหลักการ CANSLIM นี้เป็นหลักการที่น่าสนใจ ไม่ใช่หลักในการซื้อถูกแล้วขายแพง แต่เป็นการซื้อแพงแล้วขายแพงกว่า และเน้น focus ไปที่การเลือกหุ้นแบบ Growth Stock เป็นหลัก ทั้งนี้ วิลเลี่ยม โอนีล ได้แนะนำอีกว่า ควรจะมีการตั้ง Cut Loss ไว้ที่ราวๆ 7% ด้วย โดยถ้าคุณซื้อหุ้นแล้วราคาลงมา 7% คุณควรจะตัดใจขายทันที ใครสนใจหลักการของ วิลเลี่ยม โอนีล ลองไปหาอ่านหนังสือ How to Make Money in Stocks ดู ตอนนี้มีแปลเป็นภาษาไทยแล้วนะครับ

Comments
แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page
error: Content is protected !!