สำรวจกราฟ SET ก่อนและหลังข่าว Brexit กับข่าว จอร์จ โซรอส สรุปว่าขอเล่นหุ้นตามเทรนที่เห็นในกราฟ

แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านตลาดหุ้นทั่วโลกเต็มไปด้วยความกังวล เริ่มตั้งแต่พ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส ออกมาให้ข่าวว่าได้ขายหุ้นในพอร์ทจำนวนหนึ่งและเตือนว่าหุ้นอเมริกาจะปรับฐาน ตามมาด้วยข่าว Brexit มีนักวิเคราะห์หลายคนพยายามทำนายถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าอังกฤษออกจากกลุ่ม EU จริงๆ ซึ่งโดยส่วนมากมักจะทำนายกันไปในทางลบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครรู้จริงหรือนักวิเคราะห์มีผลประโยชน์อะไรกับข่าวพวกนี้หรือไม่ ว่าแล้วก็เลยเปิดกราฟ SET ตีเทรนไลน์ดูว่าหน้าตาของกราฟเป็นอย่างไร พอเห็นแล้วก็เลยคิดว่าผมขอเล่นหุ้นตามเทรนดีกว่า เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เห็นในกราฟได้รวมข่าวและผลกระทบทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

ภาพข้างล่างแสดงกราฟของดัชนี SET Index ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2016 ถึง 29 มิย. 2016 เห็นได้ว่า SET เป็นขาขึ้นมาตลอดเลยครับ (บางช่วงเป็น sideway up) ทั้งๆที่ดูแล้วไม่มีข่าวหรือปัจจัยอะไรดีๆมา support เท่าไรนัก แต่ดัชนีก็วิ่งขึ้นมาราวๆ ครึ่งปีได้แล้ว (หรืออาจเป็นเพราะรายใหญ่เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว?) และหุ้นที่มีกราฟหน้าตาคล้ายๆ SET ก็มีอยู่หลายตัวหลายกลุ่มทีเดียว

SET-JUN-29-2016สังเกตุว่าตั้งแต่วันแรกๆที่ จอร์จ โซรอส ออกสื่อให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลในเศรษฐกิจโลกทำให้ตนเองขายหุ้นไปส่วนหนึ่งและเข้าซื้อทองคำ ซึ่งคำสัมภาษณ์ของเค้ามีผลต่อตลาดหุ้นพอสมควรและลามมาถึงตลาดหุ้นไทยซึ่งเกิดการปรับฐานซัก 1-2 อาทิตย์ ผสมด้วยข่าว Brexit ซึ่งพ่อมดการเงินคนเดิมของเราก็ให้ความเห็นอีกว่าถ้าอังกฤษออกจากกลุ่ม EU จริงๆจะมีผลกระทบในด้านลบต่างๆนาๆ กับตลาดการเงินของยุโรป (รายละเอียดลึกๆของข่าวผมไม่ขอพูดถึงแล้วกันครับ ลองไปหาอ่านจาก google กันดูถ้าสนใจ) และในวันศุกร์ที่ 24 มิย. ซึ่งเป็นวันที่ผลโหวด Brexit ออกมาจริงๆ ว่าชาวอังกฤษส่วนใหญ่อยากให้อังกฤษออกจากกลุ่ม EU มากกว่าอยู่ต่อ ก็ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยตกไปเยอะพอสมควรทีเดียว แต่แล้วในวันทำการถัดไป (วันจันทร์ที่ 27 มิย.) ตลาดหุ้นไทยและเอเชียหลายๆที่ก็เด้งกลับขึ้นมาได้ จนถึงวันนี้นับแล้วก็บวก 3 วันติดต่อกัน ฉะนั้นใครที่ได้ซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 24 มิย. ก็เท่ากับว่าได้ซื้อของถูกท่ามกลางกระแสข่าวร้ายที่พัดประดังเข้ามา แต่ผมเชื่อว่าในวันนั้นน่าจะมีคนตัดสินใจขายไปจำนวนไม่น้อยเนื่องจากตกใจ และไม่ได้ซื้อเพิ่ม รวมถึงคนที่อาจจะะทะยอยขายตั้งแต่วันแรกที่จอร์จ โซรอส ออกมาให้ข่าว

อาจจะเป็นการด่วนสรุปไปถ้าจะบอกว่าเรื่องของ Brexit ยังไม่น่าจะมีผลอะไรต่อตลาดมากนักในตอนนี้ แต่ก็เชื่อว่าข่าวนี้และข่าวที่เกียวข้องกับ EU ทั้งหลายน่าจะมีการนำมาเล่นอีกหลายรอบแน่นอนและอังกฤษก็ยังไม่ได้ออกจาก EU อย่างเป็นทางการ ส่วนตัวผมก็ไม่ได้ให้ค่าอะไรกับข่าวนี้หรือคำพูดของจอร์จ โซรอส มากนัก สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดน่าจะมีอยู่สองสิ่งคือ

1. ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เราถือหุ้นอยู่ว่าเป็นอย่างไร
ถ้าผลประกอบการดีผมก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขาย

2. เทรนในกราฟของหุ้นตัวนั้นเป็นอย่างไร ขาขึ้น ขาลง หรือว่า ไซต์เวย์?
ถ้ากราฟหุ้นดูไม่เป็นขาลง ผมก็จะยังคงมีหุ้นต่อไป โดยผมจะใช้เทรนไลน์เป็นหลัก ผมเชื่อในคำที่ว่า Trend is your friend ครับ

แต่ถ้าทั้งสองปัจจัยข้างบนเกิดเปลี่ยนแปลงไปในทางลบผมก็พร้อมที่จะคัทลอสอย่างไม่ลังเลถึงแม้ว่าจะมีแต่ข่าวดีของหุ้นตัวนั้นเต็มตลาด และผมก็จะหาหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่าต่อไปครับ

Comments
แชร์บทความนี้
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someonePrint this page
error: Content is protected !!